ข่าวสาร : วิธีการ เป็นพ่อแม่ที่ดี 3
วิธีการ เป็นพ่อแม่ที่ดี 3

ส่วน 3 ของ 3: ช่วยลูกสร้างลักษณะนิสัยของตัวเอง

  1. ตั้งชื่อภาพ
    1
    สอนให้ลูกเป็นคนที่พึ่งพาตัวเองได้. สอนลูกๆ ว่ามันไม่แปลกเลยที่จะเป็นหรือทำสิ่งต่างๆ ไม่เหมือนคนอื่น และไม่จำเป็นด้วยที่จะต้องทำตามคนส่วนมาก เริ่มสอนว่าอะไรถูกอะไรผิดตั้งแต่พวกเขายังเด็ก เพราะมันจะทำให้พวกเขาสามารถตัดสินใจเองได้แทนที่จะไปฟังหรือทำตามคนอื่น (ส่วนใหญ่จะทำได้) จำไว้เลยว่าลูกๆ ไม่ใช่ส่วนเสริมของตัวคุณเองแต่พวกเขาเป็นเจ้าของชีวิตตัวเองโดยอยู่ภายใต้ความดูแลของคุณเท่านั้น ลูกๆ ไม่ใช่โอกาสให้คุณมาทำให้ชีวิตของตัวเองดีขึ้นนะ
    • เมื่อพวกเขาโตพอที่จะตัดสินใจเรื่องต่างๆ เองได้แล้ว คุณควรสนับสนุนให้พวกเขาเลือกกิจกรรมนอกห้องเรียนที่อยากทำหรือเพื่อนที่อยากจะคบด้วย ให้พวกเขาตัดสินใจด้วยตัวเอง นอกเสียจากว่าคุณจะคิดว่ากิจกรรมนั้นอันตรายเกินไป หรือเพื่อนเล่นคนนั้นมีอิทธิพลที่ไม่ดี
    • เด็กบางคนอาจจะมีนิสัยที่ตรงกันข้ามกับคุณ เช่น เขาอาจจะเป็นคนชอบเก็บตัวในขณะที่คุณชอบพบปะผู้คน ทำให้ไม่เหมาะกับไลฟ์สไตล์แบบของคุณได้ ถ้าเป็นอย่างนี้ เขาคงอยากตัดสินใจเองมากกว่า
    • พวกเขาจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าการกระทำของตัวเองนั้นมีผลตามมาเสมอ (ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี) เพราะมันจะทำให้พวกเขากลายเป็นคนที่ตัดสินใจและแก้ปัญหาได้ดี และพร้อมที่จะพึ่งพาตัวเองเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต
    • อย่าทำสิ่งต่างๆ ให้ลูกอยู่ตลอดถ้านั่นเป็นสิ่งที่พวกเขาเรียนรู้ที่จะทำเองได้ เช่น แม้ว่าการเทน้ำแก้วหนึ่งให้ดื่มก่อนนอนจะช่วยให้เด็กๆ หลับเร็วขึ้น แต่อย่าทำบ่อยมากจนพวกเขาเริ่มติดและคาดหวังว่าต้องมีทุกวันล่ะ
     
  2. ตั้งชื่อภาพ
    2
    เป็นตัวอย่างที่ดี. ถ้าคุณอยากให้ลูกทำตัวดีๆ แล้วก็ควรเริ่มจากตัวคุณเองโดยประพฤติตัวและทำนิสัยที่คุณหวังว่าลูกจะรับและทำตามกฎที่คุณตั้งขึ้น แสดงให้พวกเขาเห็นโดยการทำให้ดูเป็นตัวอย่างเลย แทนที่จะอธิบายเป็นคำพูด เพราะเด็กๆ มีแนวโน้มที่จะเป็นสิ่งที่พวกเขาเห็นและได้ยินอยู่แล้ว นอกจากว่าพวกเขาจะพยายามที่จะทำอะไรที่แตกต่างเองจริงๆ คุณไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ดีพร้อมทุกอย่าง แต่ควรพยายามทำในสิ่งที่อยากให้ลูกเป็น และไม่ควรเสแสร้ง อย่างเช่น เวลาที่คุณสอนลูกๆ ให้เป็นคนสุภาพ คุณก้ไม่ควรไปเถียงกับคนอื่นในซุปเปอร์มาร์เก็ตให้ลูกเห็น
    • มันเป็นเรื่องปกติถ้าจะทำผิดพลาด แต่คุณควรจะขอโทษหรือบอกพวกเขาว่าการกระทำเมื่อกี้นั้นไม่ดี คุณอาจจะพูดว่า “แม่ไม่ได้ตั้งใจจะตะโกนใส่ลูกนะ เมื่อกี้เธอแค่อารมณ์เสียมากเท่านั้นเอง” พูดแบบนี้ดีกว่าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ว่าคุณทำผิด เพราะเด็กๆ อาจจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเหมือนกันก็ได้
    • อยากสอนลูกเกี่ยวกับเรื่องการบริจาคไหมล่ะ ลองพาเด็กๆ ไปบ้านคนพิการหรือที่พักของคนไร้บ้านแล้วให้ไปช่วยดูแลคนเหล่านั้นดูสิ แล้วอธิบายให้พวกเขาฟังด้วยว่าทำไมถึงทำสิ่งนี้ให้เขาเข้าใจว่าทำไปเพื่ออะไร
    • สอนลูกให้ทำงานบ้านโดยจัดตารางและให้พวกเขามาช่วยคุณบ้าง แต่อย่าใช้การสั่งเลย ควรเป็นขอให้ช่วยดีกว่า ยิ่งพวกเขาเรียนรู้ที่จะช่วยคุณเร็วเท่าไหร่ พวกเขาก็จะอยากช่วยไปอีกนานเลยล่ะ
    • ถ้าอยากให้ลูกรู้จักแบ่งปันก็ควรเริ่มจากทำตัวอย่างที่ดีโดยการแบ่งของๆ คุณให้พวกเขา
     
  3. ตั้งชื่อภาพ
    3
    เคารพเวลาส่วนตัวของลูก. ควรเคารพพวกเขาเหมือนที่พวกเขาเคารพคุณ เช่น ถ้าคุณสอนพวกเขาว่าไม่ให้เข้าห้องนอนของคุณ ก็ควรทำแบบเดียวกับห้องของเด็กๆ ด้วย ทำให้ลูกๆ รู้สึกว่าห้องของตัวเองเป็นที่ๆ ปลอดภัย จะไม่มีใครมาแอบดูของในลิ้นชัก หรือแอบอ่านไดอารี่ สิ่งนี้จะสอนให้พวกเขาเห็นคุณค่าของพื้นที่ของตัวเองพร้อมกับเคารพความเป็นส่วนตัวของคนรอบข้างไปด้วย
    • ถ้าลูกของคุณจับได้ว่าคุณแอบดูของๆ พวกเขา ต้องใช้เวลาอีกมากเลยล่ะกว่าที่พวกเขาจะกลับมาเชื่อใจคุณอีกครั้ง
     
  4. ตั้งชื่อภาพ
    4
    ส่งเสริมให้ลูกๆ ใช้ชีวิตให้มีสุขภาพดี. มันสำคัญมากที่ลูกๆ จะกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ออกกำลังกายมากๆ และพักผ่อนให้เพียงพอทุกคืน คุณควรสนับสนุนพฤติกรรมที่ดีและเป็นประโยชน์กับร่างกายโดยไม่ย้ำแล้วย้ำอีกหรือคะยั้นคะยอจนเหมือนเป็นการบังคับให้กินหรือทำอะไรสักอย่าง ควรเป็นคนให้คำปรึกษาไม่ใช่นักเผด็จการ จากนั้นจึงปล่อยให้พวกเขาหาข้อสรุปเอง อีกทั้งคอยสอนให้พวกเขารู้จักความหมายและความสำคัญของชีวิตดีๆ ของคนสุขภาพแข็งแรงด้วย
    • วิธีการหนึ่งที่จะสนับสนุนให้ออกกำลังกายคือพาไปเล่นกีฬาตั้งแต่เด็กๆ พวกเขาจะได้ชอบทำกิจกรรมที่ช่วยให้สุขภาพดียังไงล่ะ
    • ถ้าคุณเริ่ม อธิบายเกินจำเป็น ให้ลูกฟังว่าอะไรที่ไม่ดีต่อสุขภาพและไม่ควรกิน พวกเขาอาจจะเข้าใจผิดแล้วรู้สึกว่าคุณกำลังตำหนิพวกเขาอยู่ได้ ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นแล้ว พวกเขาอาจจะไม่อยากกินข้าวร่วมกันคุณอีก หรือจะรู้สึกไม่ดีเวลาที่ต้องกินข้าวตอนที่มีคุณอยู่ด้วย ซึ่งอาจทำให้เด็กๆ เหล่านี้พยายามแอบกินอาหารขยะหรือซ่อนไว้ไม่ให้คุณรู้ก็ได้
    • ในการที่จะเริ่มสอนการกินที่ดีนั้นควรเริ่มตั้งแต่เด็กยังเล็ก การให้รางวัลอย่างลูกกวาดอาจส่งผลให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่ดี เพราะเมื่อพวกเขาโตขึ้นไป บางคนอาจจะรู้สึกว่าต้องคอยให้รางวัลตัวเองตลอด ซึ่งนั่นอาจจะทำให้เกิดโรคอ้วนได้ ดังนั้น ในขณะที่พวกเขายังเป็นเด็กอยู่ก็ควรให้เริ่มกินขนมที่ดีต่อสุขภาพ แทนที่จะเป็นมันฝรั่งทอด ขนมที่ว่าได้แก่ แครกเกอร์ยี่ห้อ goldfish องุ่น หรือขนมที่ดีต่อร่างกายอื่นๆ แทน
    • นิสัยการกินที่พวกเขาเรียนรู้ตั้งแต่ยังเล็กนั้นจะเป็นรูปแบบที่พวกเขาจะทำต่อไปในอนาคต ดังนั้นควรย้ำเรื่องการกินข้าวให้หมดจาน และสอนให้ตักน้อยๆ ก่อนด้วย เพราะจะตักเพิ่มอีกก็ได้ แต่จะเอาไปคืนหลังจากที่อาหารนั้นมาอยู่บนจานตัวเองแล้วไม่ได้
     
  5. ตั้งชื่อภาพ
    5
    ย้ำเรื่องความเหมาะสมและความรับผิดชอบเกี่ยวกับการดื่มแอลกอฮอล์. คุณอาจจะเริ่มสอนเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนที่เด็กยังเล็กๆ เลยก็ได้ อธิบายว่าพวกเขาต้องรอจนกว่าจะโตระดับหนึ่งถึงจะดื่มแอลกอฮอล์กับเพื่อนๆ ได้ รวมทั้งเรื่องความสำคัญของคนที่ไม่ดื่มเพื่อขับรถอีกด้วย ถ้าไม่ได้พูดคุยเรื่องนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ มันอาจจะเป็นเหตุให้ลูกแอบทดลองทำอะไรที่อันตรายได้ถ้าพวกเขายังไม่เข้าใจว่าอะไรควรไม่ควร
    • เมื่อลูกๆ ถึงวัยที่เพื่อนรอบตัวเริ่มดื่มแอลกอฮอล์กัน คุณควรผลักดันให้พวกเขาปรึกษาคุณ อย่าให้เด็กๆ กลัวว่าคุณจะคิดไม่ดีจนทำอะไรที่ไม่ควรลงไป เช่น ขับรถตอนเมาเพราะกลัวที่จะขอให้คุณไปรับ
     
  6. ตั้งชื่อภาพ
    6
    ปล่อยให้ลูกของคุณได้ลองใช้ชีวิตด้วยตัวเองบ้าง. อย่าตัดสินใจแทนลูกตลอดเวลา เพราะพวกเขาต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับผลที่เกิดจากการตัดสินใจของตัวเอง ท้ายที่สุดแล้วเด็กๆ ก็ต้องรู้จักที่จะคิดเองและช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการนี้คือตอนที่มีคุณอยู่ข้างๆ คอยช่วยลดผลกระทบแย่ๆ ให้เกิดน้อยที่สุดและผลักดันให้ลูกเจอแต่สิ่งดีๆ
    • พวกเขาจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าการกระทำของตัวเองนั้นมีผลตามมาเสมอ (ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี) เพราะมันจะทำให้พวกเขากลายเป็นคนที่ตัดสินใจและแก้ปัญหาได้ดี และพร้อมที่จะพึ่งพาตัวเองเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต
     
  7. ตั้งชื่อภาพ
    7
    ปล่อยให้ลูกๆ ทำผิดพลาดบ้าง. ชีวิตเป็นครูที่ดีมากเลยล่ะ อย่าเพิ่งรีบเข้าไปช่วยถ้าผลจากการกระทำนั้นไม่หนักหนาสาหัสเกินไป เช่น โดนของมีคมบาด (แผลเล็กๆ) นั้นเจ็บแต่อาจจะดีกว่าปล่อยให้พวกเขาไม่รู้ว่าทำไมต้องหลีกเลี่ยงของมีคมเหล่านี้ จำไว้ว่าคุณไม่สามารถจะปกป้องลูกๆ ไปได้ตลอดชีวิต และยังไงซะพวกเขาก็ต้องไปเรียนรู้วิชาชีวิตด้วยตัวเองไม่ว่าจะเร็วหรือช้าก็ตาม มันเป็นเรื่องยากแน่นอนที่จะยืนดูลูกทำผิดพลาดอยู่ห่างๆ แต่มันจะดีต่อทั้งตัวคุณและลูกในระยะยาวนะ
    • ไม่ควรบอกลูกว่า “พ่อแม่บอกแล้วใช่ไหม” เวลาที่พวกเขากำลังจะได้บทเรียนชีวิตสักบท ลองปล่อยให้พวกเขาหาข้อสรุปเองว่าเกิดอะไรขึ้นดีกว่า
     
  8. ตั้งชื่อภาพ
    8
    เลิกพฤติกรรมแย่ๆ. ไม่ว่าจะเป็นการพนัน การดื่มแอลกอฮอล์ และการเล่นยาล้วนเป็นอันตรายต่อลูกๆ ทั้งนั้น เช่น การสูบบุหรี่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเด็กอย่างแน่นอน การดมควันบุหรี่อาจก่อให้เกิดโรคมากมายที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหัวใจและยังเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พ่อแม่เสียชีวิตก่อนวัยอันควรด้วย แอลกอฮอล์และยาต่างๆ ก็อาจทำให้เกิดอันตรายด้านสุขภาพหรือความรุนแรงต่อเด็กเช่นกัน
    • แน่นอนว่าคุณจะดื่มไวน์หรือเบียร์บ้างเป็นครั้งคราวก็ไม่เป็นไร ตราบใดที่คุณเป็นตัวอย่างที่ดีที่ไม่ดื่มจนเสียสุขภาพและต้องประพฤติตัวดีๆ เวลาดื่มด้วย
     
  9. ตั้งชื่อภาพ
    9
    อย่าคาดหวังอะไรที่ไม่สมเหตุสมผลจากลูกๆ. มันแตกต่างกันนะระหว่างการบังคับให้ลูกโตขึ้นเป็นคนที่มีความรับผิดและมีความเป็นผู้ใหญ่กับบังคับให้ลูกเป็นคนที่สมบูรณ์แบบหรือใช้ชีวิตตามแบบที่คุณนิยามคำๆ นี้เลย อย่ากดดันให้ลูกเรียนได้เกรด 4.00 หรือเป็นที่หนึ่งในทีมฟุตบอล แต่ควรสนับสนุนให้เขามีนิสัยรักการเรียนและมีน้ำใจนักกีฬาดีกว่า ที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของลูกคุณในการตั้งใจทำสิ่งเหล่านั้นให้เต็มที่ตามความสามารถแล้วล่ะ
    • ถ้าคุณแสดงท่าทีว่าคุณคาดหวังให้พวกเขาเป็นที่หนึ่งในทุกอย่าง ลูกของคุณจะรู้สึกว่าเขาหรือเธอจะไม่สามารถไปถึงจุดนั้นได้ บางคนอาจถึงขั้นต่อต้านด้วยซ้ำ
    • อีกอย่าง อย่าทำให้ลูกกลัวเพราะก็รู้สึกแบบเดียวกันกับที่กล่าวไป ควรเป็นเหมือนเชียร์ลีดเดอร์ดีกว่าจ่าที่เอาแต่สั่งให้ฝึกซ้อมนะ
     
  10. ตั้งชื่อภาพ
    10
    รู้ว่างานของพ่อแม่ไม่มีวันจบ. คุณอาจจะคิดว่าได้เลี้ยงลูกให้เติบโตเป็นคนที่สมบูรณ์แล้วเมื่อพวกเขาเรียนจบ ม.6 แต่ความคิดนี้ยังไม่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงเลย การเลี้ยงดูของคุณจะมีผลต่อลูกๆ ตลอดทั้งชีวิตเลยล่ะ ดังนั้นคุณควรจะให้ความรักและความห่วงใยที่พวกเขาต้องการ แม้ว่าจะอยู่ห่างกันหลายร้อยไมล์ก็ตาม และแม้ว่าจะไม่ได้เจอกันทุกวัน แต่ก็ควรบอกให้พวกเขารู้ว่าคุณใส่ใจและเป็นที่พึ่งให้ได้เสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามนะ
    • ยังไงซะ ลูกๆ ก็จะมาขอคำปรึกษา และเวลาคุณพูดอะไรพวกเขาก็จะรู้สึกอยู่ดีไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป นอกจากเทคนิคการเลี้ยงลูกต่างๆ แล้ว คุณก็ควรจะเริ่มหาวิธีที่จะเป็นปู่ย่าตายายที่ดีด้วยนะ!
     
     
 

เคล็ดลับ

  • รับฟังสิ่งที่ลูกๆ อยากจะบอก
  • ใส่ใจความต้องการความรักของตัวเอง แต่ก็ควรดูแลความต้องการของลูกก่อนหน้าของคนอื่นๆ นะ อย่าทิ้งลูกเพื่อไปหาคนรักของตัวเองล่ะ ควรให้ลูกเป็นที่หนึ่งถ้าคุณกำลังออกเดทกับใคร อีกทั้งอย่าพาคนที่ยังไม่รู้จักดีมาที่บ้านเพราะอาจะเป็นอันตรายต่อลูกได้ สำคัญมากที่เด็กๆ จะต้องรู้สึกปลอดภัย มั่นคง และรู้ว่ามีคนรักพวกเขา ถ้าจู่ๆ คุณตัดสินใจทิ้งและไม่สนใจพวกเขาอีกต่อไปเพราะต้องเอาเวลาไปใส่ใจแฟนใหม่ละก็ ลูกของคุณจะโตขึ้นไปด้วยความรู้สึกไม่มั่นคงและรู้สึกว่าตัวเองถูกทอดทิ้ง ใครๆ ก็ต้องการความรักทั้งนั้น แต่ไม่ควรแลกกับสุขภาพจิตของเด็กนะ ที่กล่าวมานี้ใช้ได้กับเด็กที่โตแล้วเหมือนกัน
  • เล่าเรื่องตอนที่ตัวเองเป็นเด็กให้ลูกๆ ฟังบ่อยๆ ชี้ให้ลูกเห็นสิ่งที่พ่อแม่ “ของคุณ” ทำผิดพลาด พยายามอย่าให้ข้อผิดพลาดเหล่านั้นตกไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน พ่อแม่หรือเด็กๆ ทุกรุ่นจะมีความสำเร็จและ/หรือข้อผิดพลาดในแบบของตัวเองอยู่แล้วล่ะ
  • วัยรุ่นที่กำลังจะก้าวขึ้นเป็นผู้ใหญ่ต้องการการสนับสนุนจากพ่อแม่มากกว่าสิ่งอื่นใด อย่าคิดว่าแค่ลูกๆ อายุเกือบจะ 18 หรือ 21 ปีแล้วคุณจะสามารถปล่อยให้พวกเขาแก้ไขปัญหาต่างๆ เองทั้งหมดได้นะ แต่ก็ อย่า ขัดขวางหรือเข้าไปยุ่งเวลาที่ไม่จำเป็นล่ะ ควรจะทำทุกอย่างให้สมดุลกัน
  • สนับสนุนให้เด็กรู้จักพิจารณาตนเองโดยการเล่าให้พวกเขาฟังเกี่ยวกับการประเมินสิ่งที่ตัวคุณเองทำ
  • ถ้าคุณพยายามที่จะเลิกพฤติกรรมบางอย่างของตัวเองด้วย ลองหากลุ่มบำบัดที่จะช่วยให้คุณผ่านพ้นปัญหานี้ไปได้ดู ควรหาความช่วยเหลือเสมอ และหาคนที่คุณจะปรึกษาได้ถ้าเกิดรู้สึกอยากกลับไปทำพฤติกรรมที่ไม่ดีขึ้นมา จำไว้ว่าคุณไม่ได้ช่วยแค่ตัวเองนะ แต่กำลังช่วยลูกอยู่ด้วย
  • อย่าเล่าพฤติกรรมแย่ๆ ของตัวเองให้ลูกฟังเพราะพวกเขาอาจจะเปรียบเทียบการกระทำของตัวเองกับของคุณ แล้วอาจจะตั้งความหวังกับตัวเองน้อยลงก็ได้ ประมาณว่า “พ่อแม่ก็เป็นแบบนั้นเหมือนกันนี่นา!”
  • ใช้คำพูดด้านบวกเวลาที่พวกเขาทำสิ่งดีๆ แทนที่จะคอยจ้องแต่จะลงโทษอยู่ตลอดเวลา และห้ามทำร้ายร่างกายเด็ดขาด
  • อย่าตัดสินเพื่อนของลูก เพราะมันอาจจะทำให้เด็กรู้สึกแย่ว่าพ่อแม่ไม่ชอบเพื่อนของตน ทางที่ดีควรเปิดใจไว้ดีกว่า
  • ถ้าคุณโกรธลูก ทำให้ตัวเองใจเย็นลง แล้วจึงทำให้ลูกสงบลงด้วย
  • ซื่อสัตว์กับพวกเขา อย่าพยายามปิดบังอะไรเลยเพราะจะช้าหรือเร็วความจริงก็จะถูกเปิดเผยอยู่ดี
  • เปิดโอกาสให้ลูกๆ ได้แสดงนิสัยของตัวเองออกมา อีกทั้งคุณจะได้รู้ด้วยว่าพวกเขาชอบอะไรเพราะอะไรด้วย มันจะทำให้พวกเขามั่นใจเมื่อรู้ว่าคุณรับได้กับสิ่งที่พวกเขาเป็น
 
 

คำเตือน

  • อย่าโอ๋ลูกจนเกินไป เพราะมันอาจจะทำให้เด็กมีพฤติกรรมดื้อดึงและไม่มีความรับผิดชอบได้
  • การทำหน้าที่เป็นพ่อแม่ไม่ได้จบลงเมื่อเด็กโตขึ้นนะ แต่การเป็นพ่อแม่ที่ดีนั้นเป็นหน้าที่ที่ต้องทำตลอดชีวิต แต่จำไว้อย่างหนึ่งล่ะว่าเมื่อพวกเขาโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว การตัดสินใจของพวกเขาเป็นสิทธิ์ของพวกเขาทั้งหมดรวมถึงผลที่ตามมาด้วย
  • อย่ากลัวที่จะเป็น “พ่อแม่” เลย แค่ทำให้ดีที่สุด เป็นเพื่อนกับพวกเขา แต่อย่ามากเกินไปจนทำให้พวกเขาลืมว่าคุณเป็น “พ่อแม่” นะ ไม่ใช่เพื่อนร่วมงาน
  • ไม่ควรทำตามแนวทางการเป็นพ่อแม่ในแต่ละวัฒนธรรม เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ ครอบครัว ฯลฯ อย่างเคร่งครัดเกินไปล่ะ และอย่าเชื่อว่ามีวิธีการเลี้ยงลูกแค่แบบเดียว
  • เวลาที่ชื่นชมเด็กๆ ควรเน้นไปที่ความพยายามของพวกเขา ไม่ใช่ที่ผลลัพธ์เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขากลายเป็นคนบ้ายอ
 

ที่มาและการอ้างอิง